การร่างมาตราฐานระหว่างประเทศได้ถูกทำไปพร้อมกันทั้งในองค์กร ITU-T และในโครงการ TISPAN (Telecoms & Internet converged Services & Protocols for Advanced Networks) ของ ETSI (European Telecommunications Standard Institute) ตั้งแต่ปีค.ศ.2003 SG13จะเป็นหน่วยงานหลักในการร่างมาตราฐานNGNของITU-T โดยเฉพาะเงื่อนไขความต้องการ (Service Requirements) และโครงสร้าง (Architecture) ในขณะที่ SG11 จะดูแลเรื่องโปรโตคอลซึ่งมีหน้าที่กำหนดนิยามของจุดเชื่อมต่อ (Interface) และสัญญาน (Signaling) ต่างๆ การร่างมาตราฐานโครงข่าย NGN มาถึง milestone ที่สำคัญจากเดือนกรกฎาคม ปี คศ. 2006 โดย study group ที่ 13 (SG13) และ 11 (SG11) ของ ITU-T ได้เริ่มทยอยออกเอกสารสำคัญของมาตราฐาน NGN ขั้นที่ 1 (Release 1)
ความสามารถในการให้บริการบน NGN ข้อแรกคือ ความสามารถของโครงข่ายที่จะประกันคุณภาพบริการ (Quality of Service หรือ QoS) เพื่อจอง bandwidth ที่จำเป็นต้องใช้ในการสื่อสาร เพื่อให้การติดต่อทางเสียงและภาพมีคุณภาพดีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นคุณสมบัติจำเป็นข้อแรก (1st mandatory characteristics) ในการเป็น Social infrastructure ยุคต่อไปแทนโครงข่ายโทรศัพท์ fixed line, mobile และ data ในปัจจุบันการดำเนินธุรกิจให้บริการบน NGN สำหรับกลุ่มผู้ใช้องค์กร (NGN for Business) และบริการที่มีประโยชน์ต่อสังคม (NGN for Society) เริ่มมีผู้ให้บริการกันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างจากในต่างประเทศ เป็นบริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในชิวิตประจำวัน (NGN for Life) NGN สามารถนำมาให้บริการที่ให้ความบันเทิงหรือความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้มากมาย เช่น บริษัท NTT ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ใหับริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น และของโลกได้เริ่มทำบริการทดลอง ( Field Trial ) ของ NGN จากปลายปีค.ศ. 2006 เป็นเวลาประมาณ 1 ปี โดยในชั้นแรกมีการสร้างโชว์รูมขึ้นที่เมืองโตเกียว และโอซาก้าที่เรียกว่า NOTE (NGN Open Trial Exhibition) เพื่อแสดงบริการและเครื่องของผู้ใช้งานในยุค NGN ให้กับผู้เข้าชม และมีกลุ่มบริการ NGN for Life ซึ่งประกอบด้วยตัวอย่างบริการดังต่อไปนี้
(1) High Definition TV phone เป็นบริการ IP TV phone คุณภาพสูงที่มีการใช้ QoS ควบคุมคุณภาพระดับภาพเป็น High Definition และระดับเสียงเป็นสเตอริโอใช้ bandwidth 20KHz สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกันสามารถที่จะพูดคุยเห็นหน้าค่าตากันได้โดยใช้งานผ่านโครงข่าย NGN แทนการได้ยินแต่เสียงอย่างเดียวอย่างเช่นโทรศัพท์พื้นฐานปัจจุบัน
(2) High Definition Video on demand Delivery service เป็นบริการที่ผู้ใช้สามารถเลือกชม video program คุณภาพสูงระดับ High Definition แบบ video on demand โดยใช้เทคโนโลยี QoS ของ NGN และ codec H.264 รวมถึง IP Multicast สมาชิกในครอบครัวสามารถเลือกชมรายการที่อยากชมร่วมกันได้ในเวลาที่ทุกคนพร้อมหน้ากันอย่างสะดวกผ่านโครงข่าย NGNเดียวกัน
( 3) Retransmission of Digital Terrestrial Television (DTT) over NGN service เป็นบริการที่สามารถรับชมรายการโทรทัศน์โดยผ่านทางโครงข่าย NGN แทน บริการนี้ใช้เทคโนโลยี IP multicast เพื่อส่งรายการโทรทัศน์แบบ real time
(4) Home security control service เป็นบริการตรวจสอบความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยและคนในครอบครัวโดยใช้ web camera และ sensor ดูสภาพทางบ้านเมื่อเราอยู่ในสถานที่อื่น เช่น บริษัท ผ่าน NGN
(5) Child Guardian service เป็นบริการที่ใช้หุ่นยนต์ที่มีกล้องติดอยู่คอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเด็ก โดยผู้ปกครองสามารถส่ง mail เพื่อสั่งหุ่นยนต์ได้
NGN ถือเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายยุคใหม่ทางเลือกหนึ่งที่น่าจับตามองด้วยจุดเด่นในการรวมการสื่อสารด้านเสียงและข้อมูลไว้ในเครือข่ายเดียวกันนอกจากนี้แรงผลักดันหลักที่จะช่วยให้ NGN เป็นที่ต้องการของผู้ให้บริการก็คือการลดต้นทุนในการให้บริการเครือข่ายและความสามารถในการสร้างแนวทางในการให้บริการใหม่ๆโดยโครงสร้างแบบ IP จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างบริการได้หลายรูปแบบทั้งด้านเสียงข้อมูลวิดีโอและมัลติมีเดียรวมไปถึงแนวคิดการทำงานของ NGN ที่ยิ่งขยายโครงข่ายเพิ่มก็จะมีต้นทุนการติดตั้งที่ลดลงเนื่องจากผู้ให้บริการจะได้ประโยชน์จากคุณสมบัติด้านการบริหารโครงข่ายที่จะช่วยลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการ, การเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายที่มากขึ้นรวมทั้งโอกาสในการทำรายได้จากแอพพลิเคชั่นที่มากขึ้น